BoE กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มดอกเบี้ยเเบบดุดัน


Pantira Korkasemwong, ฝ่ายวิจัยการลงทุน XM
BoE คาดว่าจะเพิ่มดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ติดกันในการประชุมวันพฤหัสนี้เวลา 11.00 GMT เเต่ที่ไม่เเน่นอนคือจะขึ้นเท่าไหร่ ขณะที่เหล่าสมาชิกพิจารณาว่าอาจจะต้องขึ้น 50 bps เพราะเงินเฟ้อยังพุ่งพล่านอยู่ เเละตลาดเองก็คิดว่ามีโอกาสที่จะเป็นเช่นนี้ถึง 85%  ทำให้เงินปอนด์ไม่เหลือที่ให้เดินต่อขาขึ้นไปได้หาก BoE ทำอย่างว่าจริง นี่เเปลว่าเเผนการใดๆ ในอนาคตเกี่ยวกับดอกเบี้ยหรือการลดงบดุลเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน
ยังคงโตได้ถึงเเม้จะโดนขวาง
เศรษฐกิจของ UK โดนยั้งการโตไว้ตั้งเเต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน เเต่ถึงเเม้จะเป็นอย่างนั้นเศรษฐกิจก็ยังโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ ที่สำคัญสำหรับ BoE หรือการจ้างงานกระโดดไปที่ 296k ในรอบสามเดือนถึงพค. ขณะที่ยังไม่มีการสลายของการใช้จ่ายในการบริโภคจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
เเต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สัญญาณเรื่องการถดถอยนั้นมีอยู่จริงเเละสิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง ผลผลิตโรงงานอุตสาหกรรมลดลงในกค. เป็นครั้งเเรกตั้งเเต่พค. 2020 ตาม S&P Global’s PMI เเละ New orders เองก็ลดลงด้วย ถึงเเม้ว่า headline index จะลอยอยู่เหนือระดับ 50 ที่กั้นระหว่างการขยายตัวหรือการหดตัว การโตในภาคบริการก็ช้าลงเช่นกันเเละน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นจากการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ซึ่งผลกระตุ้นนี้อาจจะหายไปเมือฤดูร้อนหมดลง
เงินเฟ้อถึงจุดพีคเเล้วหรือยัง?
ขณะทีเงินเฟ้อยังคงปีนขึ้นไปเรื่อยๆ consumer price index  เเตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ 9.4% ในมิย มันมีสัญญาณบางอย่างว่าการสะสมของเเรงกดดันราคาค่อยๆ ผ่อนคลายลงเเละต้นทุนการผลิตอาจจะถึงจุดพีคเเล้ว เช่นเดียวกันกับราคาคอมโมดิตี้ที่ลดลง ถึงเเม้ว่านี่จะยังไม่เห็นชัดในราคาน้ำมันทั่ว UK เเต่ราคาก็อาจจะลดลงเร็วๆ นี้เช่นกัน
เเล้วทำไม BoE ถึงคิดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยดุดันไปมากกว่านี้อีก โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อคาดว่าจะเริ่มเย็นลง?
นั่นเพราะเหล่าสมาชิกอาจจะต้องกังวลกับผลกระทบรอบที่สอง โดยเฉพาะในตลาดเเรงงานที่อัดเเน่น รวมไปถึงตลาดสังหาเองก็ดูเเล้วไม่ได้สะดุดลงเลย นี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนใจเพราะระวังเกินไปได้เหมือนกัน
หากไม่นับ BoJ ทาง BoE เป็นธนาคารกลางเดียวตอนนี้ที่ไม่ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 25 bps
ไล่ตามมาทัน
ด้วยเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะทนปัญหาของยูเครนได้ เเละตลาดเเรงงานเองก็ไม่มีรอยเเผล ธนาคารกลางเองเลยอาจรู้สึกว่าต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยอย่างดุดัน เพื่อเร่งให้ทันชาวบ้านที่พากันขึ้นนานไปเเล้ว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องคิดด้วยเช่น ราคาพลังงานในอนาคตที่สะสมไว้ หากรัสเซียตัดสินใจหยุดส่งเเก๊สจริง
ขณะที่ธนาคารกลางพยายามที่จะควบคุมเงินเฟ้อเเต่ก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจเสีย รายงานการคาดนโยบายการเงินรายไตรมาสที่จะออกในวันเดียวกันนี้ อาจจะเปิดเผยให้เห็นว่าความเสี่ยงหันหัวไปทางไหน
เงินปอนด์จ้องดูการเปลี่ยนของ hawkish 
หาก BoE ทำตามที่คาดเเละขึ้นดอกเบี้ย 50 bps จริง เเละยัง revised CPI สำหรับ 2-3 ปีข้างหน้าเเละส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ย 50 bps เป็นหนึ่งในเเผนอยู่บนมือ เงินปอนด์อาจจะไปทดสอบระดับเดิมที่ 1.2666 ที่ทำไว้ในพค.ก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยไม่ใช่การตัดสินใจเดียวของธนาคารกลางเมื่อมีการประชุมในสค. เมื่อเหล่าผู้ออกนโยบายประกาศที่จะเพิ่มสเกลของพันธบัตร หรือทองคำสำรอง
ย้อนกลับไปในกพ. BoE บอกว่าจะหยุดการลงทุนในทองคำสำรองเเต่จะไม่มีเเผนในการเทขายมันจนกว่าดอกเบี้ยจะถึง 1% ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเเล้ว
ความเสี่ยงด้านลบจากการที่ลดงบดุลลง
หาก BoE ตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะเริ่มลดงบดุลเร็วขึ้น นี่อาจจะสร้างความลังเวลของความจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีก ในกรณีนี้หากไม่มีสัญญาณชัดเจนของการขึ้นดอกเบี้ออย่างมาก ปอนด์จะมีความเสี่ยงของการทะลุ 1.20 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับที่ทำไว้โดย 20-day moving average
ในภาพรวมกว้างเเล้ว BoE น่าจะเป็นกรณีหลังมากกว่า ดังนั้นมุมมอง hawkish จาก BoE จึงสามารถทำให้ปอนด์กระตุ้นได้ในระดับหนึ่งถ้าหากดอลลารยังคงตามหลังอยู่ก็ตาม