ECB ขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลของราคาพลังงาน เเละ anti-fragmentation ของ ECB จับตาดูการเด้งกลับของยูโร


Pantira Korkasemwong, ฝ่ายวิจัยการลงทุน XM
ธนาคารกลางยุโรปคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งเเรกในรอบทศวรรษในวันพฤหัส ธนาคารจะประกาศการตัดสินใจในเวลาใหม่ที่ 12.15 GMT ตามมาด้วยการเเถลงของประธาน Lagarde ที่เวลา 12.45 GMT  
หลังจากนโยบายประคองมาหลายปี ในที่สุดการทำ normalization ที่รอคอยมานานกลับล้มเหลวที่จะกระตุ้นภาพรวมความเสี่ยงขาขึ้ให้กับยูโรได้ มันยังมีอะไรที่ ECB สามารถทำได้อีกหรือไม่ที่จะยกมุมมองระยะยางของยูโรให้ดีขึ้น
การขึ้นดอกเบี้ย 50 bps เข้ามามีส่วนร่วม
เกือบจะ 3 อาทิตย์หลังจากการอัดฉีดเงินได้หมดลง ECB ตั้งตาที่จะเพิ่มดอกเบี้ยหลัก 3 ตัวในวันพฤหัส ดอกเบี้ย refinancing เเละ marginal lending ได้หยุดอยู่ที่ 0เเละ0.25% ตามลำดับ ตั้งเเต่มีค 2016 ขณะที่ดอกเบี้ยเงินเฟ้อได้อยู่ในบริเวณติดลบมามากกว่า 8 ปี
ก่อนหน้าวันที่ทำการตัดสินใจ ขนาดของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งเเรกทำให้เกิดความไม่เเน่ใจขึ้น ถึงเเม้ว่า  ECB จะวางเเผนชัดเจนว่าจะขึ้น 25 bps เเต่ตอนนี้ 50 bps เองก็เป็นไปได้เช่นกัน
เศรษฐกิจโซนยูโรชะลอลง
สิ่งที่สภาตัดสินใจล่าสุดจะเป็นจุดโฟกัสของนักลงทุนท่ามกลางความกังวลเกียวกับการขึ้นดอกเบี้ยว่าจะไปได้สูงขนาดไหนในการโตของเศรษฐกิจที่กำลังชลอลงขณะนี้ การประมาณตัวเลข flash PMI ในเดือนกค. ที่จะออกในวันศุกร์คาดว่าจะเเสดงถึงกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดที่ขยายช้าลงตั้งเเต่กพ. 2021
ความกังวลว่าโซนยุโรปจะมุ่งไปยังภาวะถดถอยได้ทำให้วิกฤตพลังงานรุนเเรงมากขึ้น ถึงเเม้ว่าจะมีความผ่อนคลายลงไปบ้างจากการที่ราคาน้ำมันได้ชลอลงเล็กน้อย ทางยุโรปต้องเผชิญหน้ากับอีกความเสี่ยงที่ว่าอุปทานของเเก๊สธรรมชาติโดนตัดออกเพราะรัสเซีย ท่อส่งก๊าซหลักที่ให้กับเยอรมันตอนนี้ได้ปิดเเละวางเเผนจะซ่อมบำรุง พร้อมกับมีความกลัวว่ารัสเซียจะไม่ยอมให้เเก๊สได้ไหลอีกต่อไป เมื่อการซ่อมบำรุงสิ้นสุดลงในวันเดียวกันกับที่ ECB ออกการตัดสินใจ
การเมืองอิตาลีเพิ่มความปวดหัวให้กับ ECB
ปํญหาที่เจอตอนนี้คือ เงินเฟ้อที่พุ่งเเตะระดับสถิติสูงสุดที่ 8.6% y/y  จะยากสำหรับ ECB ที่จะรวมผลเข้ากับการถดถอยของเยอรมันก่อนที่มันจะครบปี ความเสี่ยงอีกอย่างคือ ECB ยากที่จะเข้าถึงต้นตอของการเมืองอิตาลี ประธานาธิปดี Draghi อาจจะพยายามลาออกอีกครั้งในวันพุธหากปัญหาระหว่าง 5-Star Movement เเละพันธมิตรไม่ได้รับการเเก้ไข
เเต่ ECB อาจจะมีไพ่ตายซ่อนอยู่ไม่ให้เกิดวิกฤตอย่างในอิตาลี คือการถ่างสเปรดระหว่างเเกนกลางเเละพันธบัตรซึ่งสร้างความกังวลต่อ ECB มานานเเล้ว เเละเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไม ECB ถึงได้ลังเลที่จะถอนการกระตุ้นออกเร็วขึ้น
เครื่องมือ anti-fragmentation สามารถกระตุ้นยูโรได้หรือไม่?
ย้อนกลับไปในมิย. ธนาคารบอกว่าจะลงทุนในการซื้อพันธบัตรเเทนที่ PEPP โดยเล็งไปที่พันธบัตรของประเทศที่ให้ค่าสเปรดสูง อย่างไรก็ดี ตลาดไม่ประทับใจในการเคลื่อนไหวนี้เเละ ECB เองก็เร่งรีบที่จะสร้างเครื่องมือใหม่ที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวสร้างความปลอดภัยสู้กับ fragmentation ในตลาดพันธบัตรยูโร เเละเล็งไปที่การป้องกันการพุ่งกระฉูดในพันธบัตรรอบนอก
หากว่า ECB สามารถเล่นกลนี้สำเร็จ ยูโรอาจจะสามารถคงขาขึ้นต่อไปได้ จากการที่เพิ่งกระเด้งกลับจากจุดต่ำสุดของรอบ 2 ทศวรรษที่ 0.9950$ เพื่อที่จะทดสอบระดับ 1.02$
ยูโรสามารถเล็งต่อไปได้ที่ 1.03$ ซึ่งอาจจะเป็นระดับ 123.6% Fibonacci extension ของขาขึ้นมิย. หลังจากที่ 61.8% Fibonacci ที่ราคา $1.0455 เข้ามามีส่วนร่วม
ความเสี่ยงในการเป็น hawkish มากไป
อย่างไรก็ดี ถึงเเม้ว่า ECB สามารถที่จะบรรเทาความกังวลที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดพันธบัตรลงได้ การถดถอยทางวิกฤตนี้ก็จะไม่ไปอย่างง่ายนัก โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ย 50 bps เเทนที่ 25 เเละส่งสัญญาณว่าจะมีการขึ้นมากอีกในกย.เเละการประชุมครั้งถัดไป เซอร์ไพรส์ hawkish ใดๆ สามารถเเปลงไปสู่ทางของดอกเบี้ยที่ดุดันอาจจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนได้
ตัวอย่างเช่น หาก ECB ทำตาม Fed เเละต้องการเเสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อเเก้ปัญหาเเล้ว มันอาจจะไม่สำเร็จดีนักเมื่อตลาดยังคงอ่อนแอมากอยู่ ไม่ต้องพูดถึงอันตรายที่อิตาลีเเละเยอรมันนีต้องเผชิญอีก ดังนั้นโทนเสียง hawkish มากเกินไปอาจจะกลายเป็นผลเสียเเละยูโรอาจสามารถกลายมาอยู่ภายใต้เเรงกดดันขาลงใหม่ได้
ทั้งหมดนี้ต่างเป็นไปได้ ถึงเเม้ว่า ECB อาจจะไม่ต้องการสัญญาถึงขนาดเเละความถี่ของการขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้ากย. ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต้องหาสัญญาณล่าสุดที่ปล่อยออกมาเองรวมถึงจากการเเถลงของ lagarde
ภายใต้สภานการณ์เช่นนี้ อย่างหลังอาจจะมีประสิทธิภาพมากวก่าที่จะสามารถคงความกดดันขาขึ้นให้กับยูโรเอาไว้ได้