รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายของ Fed ที่เหลือ


Pantira Korkasemwong, ฝ่ายวิจัยการลงทุน XM
เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่มีโฟกัสไปที่รายงาน CPI ซึ่งจะบอกว่าเงินเฟ้อได้เริ่มเย็นลงเเล้วหรือไม่ เป็นการกำหนดก้าวเเรกของการย่อตัวในดอลลาร์
ภาวะถดถอย
ตลาดลังเลระหว่างการกังวลเงินเฟ้อ หรือกังวลเรื่องการโตของเศรษฐกิจ เมื่อตัวเลขข้อมูลเเสดงถึงเศรษฐกิจที่เเย่ลง นักเทรดพากัน price in การขึ้นดอกเบี้ยที่มากขึ้น เเต่หากตัวเลขผิดหวัง ความกังวลของการถดถอยจะเข้ามาเเละเกิดการ priced out นโยบายของ Fed
ทางฝั่งความกลัวการถดถอยชนะการทำสงครามนี้ในระยะหลังมา อินดิเคเตอร์นำหลายตัวเช่น business surveys, inventories, housing, consumer confidence, เเละ inverted yield curve ต่างพากันส่งสัญญาณเตือนถึงภัยที่กำลังมาถึง นี่นำไปสู่การดิ่งเหวของพันธบัตรสหรัฐ ซึ่งช่วยฟื้นเยนให้กลับมาจากความตายได้
เเต่ดอลลาร์ก็ยังไม่หมดเเสงสว่างซะทีเดียว นั่นเพราะว่ามีเเรงหนุนเรื่องที่มันเป็น safe heaven เข้ามาดันไว้
มันยากที่จะเห็น ‘ดอลลาร์’ อันเเข็งเเเกร่งเปลี่ยนไป จนกว่าเศรษฐกิจโลกที่เหลือจะดีขึ้นเเละเงินทุนไหลออกจากสหรัฐฯ  การลดลงของราคาน้ำมันจะเป็นจุดเริ่มที่ดีหากทำได้ เเต่ก็ยังไม่พอ ต้องเห็นการหยุดยิงของยูเครนด้วย เเต่นั่นดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย
ถึงเเม้จะเป็นเช่นนั้น เราอาจจะได้เห็น ดอลลาร์พุ่งในวันพุธ หากตัวเลขคอนเฟริมว่าเงินเฟ้อเริ่มที่จะหมดเเรงเเล้วจริง CPI รายปีคาดว่าจะลดลงไปที่ 8.9% ในกค. จาก 9.1 ก่อนหน้า ขณะที่รายเดือนคาดเอาไว้ที่ 0.3% จากก่อนหน้านี้ 1.3%
business surveys เช่น S&P Global composite PMI เเสดงว่าธุรกิจเพิ่มราคาสินค้าอย่างช้าๆ ตั้งเเต่มีค. ปีที่เเล้วเมื่ออุปสงค์เริ่มหาย ตลาดคอมโมดิตี้เองก็เช่นกัน ด้วยทุกอย่างตั้งเเต่ราคาเเก๊สไปจนถึงราคาอาหาร
ตลาดกำลังชั่งใจ 50/50 ว่า Fed จะขึ้น 50 bps หรือ 70 bps ในกย. หากเงินเฟ้อออกมาอ่อนกว่าที่คาดไว้ก็จะเอียงไปทาง 50 มากกว่าเเละทำร้ายดอลลาร์ได้ เเต่ถึงอย่างนั้น เเม้ euro/dollar จะปีนไปถึง 1.0550 (อีก 300 กว่าจุด) เเต่ขาลงก็ยังไม่ถือว่าหมดไป
ข้อมูล producer prices  จะตามมาในวันพฤหัส ก่อนหน้า University of Michigan’s consumer sentiment survey ในวันศุกร์
การโตของ UK โดนจับตามอง
ไปที่ uk กันบ้าง preliminary GDP growth  สำหรับไตรมาส 2 จะออกในวันศุกร์ BoE คาดว่าจะเห็นการหดตัวลง 0.2% ถึงเเม้ว่าะขึ้นดอกเบี้ยไปเเล้ว 50 bps ก็ตาม
ถึงเเม้จะขึ้นดอกเบี้ยไปเเล้ว ปอนด์ก็เจ็บตัวกับผลกระทบ เพราะท่าทีของ BoE นั้นค่อนข้างทำให้สารที่สื่อออกมาหม่นหมอง ตัวเลขการทำนายที่ออกมาก็ดูย่ำเเย่ ว่าจะมีการโต GDP ติดลบถึง 5 ครั้งใน 4 ไตรมาสของปีนี้
ตลาดตีความหมายว่าสัญญาณนโยบายกระชับตัวอาจหยุดชะงัก หากการถดถอยยังคงเกิดขึ้นต่อไป
ซึ่งเมื่อมองภาพรวมเเล้ว ปัจจัยสำคัญสำหรับปอนด์อาจจะเป็นความเสี่ยงโลกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง นักเทรดอาจจะมีเเนวคิดลางๆ เเล้วว่า BoE จะทำอย่างไรในปีที่เหลือ ซึ่งก็คือการขึ้นดอกเบี้ยด้วยความระมัดระวังนั่นเอง เเต่สิ่งที่พวกเขาไม่เเน่ใจ ก็คือตลาดหุ้นจะมีปฏิกริยาอย่างไรต่างหาก
จีนจับตามองตัวเลขการค้า
ตัวเลขการค้าสำหรับกค. จะปล่อยออกมาในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนหน้าสถิติของเงินเฟ้อในวันพุธ นี่เป็นเดือนที่ได้รับผลกระทบจากการปลดล็อกดาวน์ ดังนั้นตัวเลขอาจจะเเสดงถึงสิ่งนี้ด้วย
โดยทั่วไปเเล้ว มันยากที่จะมีความหวังบวกกับทางเศรษฐกิจของจีน รัฐบาลยังคงใช้นโยบายล็อกดาวน์เมื่อไหร่ที่มีไวรัสระบาด เเละปัญหาของค่าจำนองที่เจ้าของบ้านไม่ยอมจ่าย จนกว่าบ้านจะสร้างเสร็จเสียก่อน
นอกจากนี้วิกฤตยังลามไปทั่วภาคธนาคาร ซึ่งมีการ leveraged เอาไว้ถึง 300% ของ GDP ความมั่นใจของผู้บริโภคเองก็ตกต่ำ สะท้อนถึงปัญหาเหล่านี้
ส่วนทางด้านออสเตรเลีย มันยากที่จะนึกภาพถึงออสซี่ที่เป็น bullish ได้ เพราะทั้งประเทศมีโมเดลที่พึ่งจีนสูงมากในรายได้จากการส่งออกสินค้าคอมโมดิตี้ ถึงเเม้ว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ย เเต่ความเสี่ยงเรื่องของอุปสงค์ที่มาจากจีนจะหายไปนั้นมีผลกระทบเเรงกว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นคือราคาเเร่เหล็กอาจจะร่วงลงได้